ยุคที่ ๒ ธรรมยุตติกนิกาย

รูปที่ ๑ พระครูสีลสังวร (พรหมา กนฺตสีโล)

        พระครูสีลสังวร ชื่อเดิม พรหมา ฉายา กนฺตสีโล ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านนาแก้ว อำเภอเขื่อนใน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อได้บวช แล้วเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ที่วัดปทุมวนาราม สมัยที่พระปัญญาภิศาลเถระ เป็นเจ้าอาวาสและได้รับตำแหน่งฐานานุกรรมที่พระสมุห์ ภายหลังได้ย้ายมาอยู่ที่วัดบรมนิวาส เมื่อท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ยังเป็นพระธรรมธีรราชมหามุนี เป็นเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส

         ท่านพระสมุห์พรหมา แสดงธรรมไพเราะเป็นที่ไว้วางใจของท่านเจ้าคุณพระธรรมธีรราชมหามุนี (จันทร์ สิริจนฺโท) จนถึงกับได้รับอนุญาตให้แสดงธรรมแทน และได้รับคำชมอยู่เสมอว่า พระสมุห์พรหมาแสดงธรรม ได้ดีแล้วแต่งตั้งให้เป็นพระครูธรรมธรพรหมา ท่านได้รับมอบหมายเหล่านี้เป็นกรรมวาจาจารย์ในการอุปสมบท กุลบุตรตลอดมาแม้ในการอุปสมบทพระราชเมธาจารย์ (ผิว ฐิตเปโม ป.ธ.๗) เป็นพระภิกษุท่านพระครูธรรมธรพรหมา ก็เป็นกรรมวาจาจารย์ด้วย

         ท่านพระครูธรรมธรพรหมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรมงคลนี้ พ.ศ. ๒๔๖๒ ซึ้งเป็นรอบร้อยปีของการเปลี่ยนแปลงสถานะของวัด คือเปลี่ยนแปลงจากวัดลิงขบมาเป็นวัดบวรมงคลราชวรวิหาร พ.ศ.๒๓๕๒–๒๔๖๒ ท่านพระครูธรรมมาธรมาอยู่ครั้งแรก เห็นวัดอยู่ในสภาพทรุดโทรม จึงเร่งรัดบูรณะ ปฏิสังขรณ์เป็นการใหญ่ โดยที่ได้ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ได้ให้การอุปการะ และสนับสนุนกิจการต่างๆ ของวัด งานบูรณะจึงไม่เป็นอุปสรรค ในปี พ.ศ.๒๔๖๓ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสีลสังวร

การพัฒนาการศึกษา


         มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาที่วัดบวรมงคลมากขึ้น ได้มีพระภิกษุสามเณรเข้าสอบทั้งแผนกนักธรรมและบาลีมากขึ้น ครูสอนพระปริยัติธรรมได้มาจากวัดบรมนิวาส ช่วยเหลือในการนี้มีหลายรูป เช่น พระมหาอุ่น ซึ่งภายหลังได้เป็นราชาคณะที่ พระอริยคุณาธาร ก็ได้มาเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วย ท่านพระครูสีลสังวร (พรหมา) เป็นเจ้าอาวาส ๗ ปี

         ท่านได้เกิดความเบื่อหน่ายที่จะปฏิบัติงานส่วนนี้ จึงขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส กลับไปอยู่ภูมิลำเนาเดิม และทูลถวายพระพรขอรับพระบรมราชานุญาตลาสิกขาในภูมิลำเนาของท่านนั้นเองฯ

รูปที่ ๒ พระครูสีลสังวร (อ่อน พนฺธุโล)

         ท่านพระครูสีลสังวรรูปนี้ เดิมชื่อ อ่อน ฉายา พนฺธุโล ภูมิลำเนาเดิมอยู่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ท่านบวชแล้วเข้ามาศึกษา พระปริยัติธรรมอยู่สำนักวัดบรมนิวาส ในสมัยท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมธีรราชมหามุนี (จันทร์ สิริจนฺโท) เมื่อท่านพระครูธรรมธรพรหมา ย้ายมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรมงคล ท่านก็ย้ายมาด้วย

        เมื่อท่านพระครูธรรมธรพรหมา ได้รับสมณศักดิ์ เป็นพระครูสีลสังวร ตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง พ.ศ.๒๔๖๓ ท่านก็ได้แต่งตั้งให้เป็นฐานานุกรม ของท่านด้วยที่ตำแหน่งพระสมุห์ ท่านพระสมุห์อ่อน ได้ช่วยปฏิบัติงานทั้งด้านธุรการ และบริหาร ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพราะท่านพระครูสีลสังวร (พรหมา) ใช้เวลาส่วนมากในการแสดงธรรม อบรมสั่งสอน โอกาสที่จะบริหารงานอย่างใกล้ชิดไม่ค่อยมี ท่านสมุห์อ่อน จึงช่วยเป็นกำลังสำคัญมาตั้งแต่แรก
        ครั้น พ.ศ. ๒๔๖๘ ท่านพระครูสีลสังวร (พรหมา) ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้วกลับภูมิลำเนาเดิม และลาสิกขาในที่สุด ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ครั้งมีสมณศักดิ์ที่พระโพธิวงศาจารย์ ได้นำความกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ วัดราชบพิธฯ ให้ทรงทราบพระองค์ ได้ทรงแต่งตั้งให้พระสมุห์อ่อนรักษาตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรมงคล ในปี พ.ศ.๒๔๖๙ ท่านเอาใจใส่ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดียิ่ง

         ในปี พ.ศ.๒๔๗๓ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสีลสังวร ตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงแล้ว ก็ได้เอาใจใส่ในการปกครอง พระภิกษุสามเณรในวัดตลอดมาด้วยดี ได้ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งในด้านบาลีและนักธรรม ในสมัยนั้นได้เจริญขึ้นทุกด้าน ท่านพระครูเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรมงคลเป็นเวลา ๗ ปี มีความเบื่อหน่ายประกอบด้วยอาพาธด้วยโรคประสาท จึงได้ไปจากวัดบวรมงคลนี้โดยมิได้บอกกล่าว และมอบหมายการงานของวัดไว้กับท่านผู้ใดได้ดูแลปกครองพระภิกษุสามเณร
ในวัดนี้แทน

หน้าแรก
๑๐
๑๑