วิชา กระทู้ธรรม
การใช้ภาษาในการพรรณนาแก้กระทู้ธรรม

         ในการเขียนเรียงความแก้กระทู้นั้น ผู้เขียนจะต้องพิถีพิถันในด้านการใช้ภาษาให้มาก จะต้องเขียน อย่างประณีต ไม่ใช่เพียงเขียนเพียงให้เต็มๆหน้าเท่านั้น ต้องคำนึงถึงภาษาที่ใช้ด้วย กล่าวคือภาษาที่ใช้ ต้องเป็นภาษาเขียน ไม่ใช่ภาษาพูด เช่นไม่ควรใช้คำว่า “ชั้น” “เค้า” “เป็นไง” “ยังเงี้ยะ” “ปวดหมอง” “ตังค์” ในที่นี้ควรเขียนว่า "ฉัน" "เขา" "เป็นอย่างไร" "อย่างนี้" ฯลฯ หรือไม่ใช้คำแสลง คือคำที่ใช้ผิดแปลกไปจากปกติ เช่น “อื้อซ่า” “นิ้งไปเลย” “ขาโจ๋” “ส.บ.ม.ย.ห.” ฯลฯ และไม่ควรเขียนแบบใช้ภาษาไทยปนภาษาต่างประเทศ เช่น “ประเดี๋ยวจะเซอร์ไพรซ์” “โอเค นะจ๊ะ” “อเมซิ่งจริงๆ” “มีการคอรัปชั่น” ฯลฯ ซึ่งบางทีผู้เขียนอาจเห็นว่า การเขียนเช่นนี้ แสดงว่าตนเป็นผู้มีความรู้สูง แต่นั่นหาชื่อว่าเป็นการเขียนเรียงความที่ดีไม่ รวมไปถึงไม่ใช้ คำพื้นเมืองหรือภาษาท้องถิ่น เช่น “บ่อไป” “เว้า” “แซบ” ฯลฯ และไม่ใช้ภาษาหนังสือพิมพ์ เช่น “เปิดอก” “เปิดศึกขยี้” “พลิกโผ” “แฉสิ้น” ตำรวจปืนโหดฆ่าสามชีวิตที่ท่าบ่อ” ฯลฯ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามในชั้นนี้ ท่านไม่ได้เคร่งครัดการใช้ภาษานัก เพียงแต่กำหนดให้ใช้ภาษาตามสมัยนิยมได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
         การเรียบเรียงเรื่องราว ก็ควรเป็นไปตามลำดับก่อนหลังไม่วกวนไปมาจนน่าเวียนหัว เพราะฉะนั้น ในเวลาจะเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรมข้อใดก็ตาม ผู้หัดเขียนใหม่ๆ จึงควรวางโครงเรื่องที่จะเขียนให้ดีเสียก่อน แล้วเขียนให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนของเรื่องที่วางไว้ เรียงความแก้กระทู้ธรรม ที่ได้คะแนนน้อย ส่วนมาก จะมีข้อบกพร่องต่างๆ หลายประการ เช่นอธิบายเนื้อความของกระทู้ตั้ง ผิดจากความมุ่งหมาย ของกระทู้ธรรม นั้นบ้าง อธิบายความสับสนวกไปวนมาเสียบ้าง ไม่มีสรุปความบ้าง ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง และใช้ถ้อยคำ ไม่เหมาะสมบ้าง นอกจากนั้นแล้ว ยังมีข้อบกพร่องซึ่งประกอบด้วยลักษณะต่างๆอีก คือ
๑. ไม่อ้างกระทู้ธรรมมาเชื่อมข้อความที่ต่างกัน
๒. อธิบายความไม่สมเหตุสมผลกับกระทู้ที่ตั้งไว้
๓. เขียนข้อความโดยไม่มีการเว้นระยะวรรคตอน หรือเว้นระยะวรรคตอนไม่ถูกต้อง
๔. เขียนข้อความโดยไม่มีการย่อหน้า หรือย่อหน้าเอาตามความพอใจ โดยยังไม่ทันสิ้นกระแสความ
๕. นำกระทู้ธรรมมาเชื่อม โดยไม่อ้างถึงข้อความของกระทู้ธรรมนั้นก่อน
๖. ไม่บอกชื่อคัมภีร์ที่มาของกระทู้ธรรมที่นำมารับ หรือบอกชื่อคัมภีร์ผิดพลาด
๗. เขียนคำบาลีและคำแปลภาษาไทยไม่ถูกต้อง หรือขาดตกบกพร่อง
๘. เขียนตัวสะกด การันต์ ผิดพลาดมาก
๙. เขียนหนังสือสกปรก โดยมีการขีดฆ่า ขูดลบ ปรากฏอยู่ทั่วไป
๑๐. แต่งไม่ได้ตามกำหนด (๒ หน้ากระดาษ เว้นบรรทัด ขึ้นไป)


หลักการอ่านภาษาบาลีเบื้องต้น


๑. พยัญชนะตัวโดดๆ ที่ไม่มีสระใดๆ ปรากฏอยู่เลย ให้ออกเสียง “อะ” แต่ถ้าพยัญชนะตัวใดมีสระปรากฏอยู่ ให้ออกเสียงตามสระนั้นๆ เช่น
สามเณร อ่านว่า สา-มะ-เน-ระ
ภควโต อ่านว่า ภะ-คะ-วะ-โต
อรหํ อ่านว่า อะ-ระ-หัง
๒. เครื่องหมายพินทุ( . ) จุดปรากฏอยู่ใต้พยัญชนะตัวใด มีวิธีอ่านดังนี้
๒.๑ ถ้าเครื่องหมายพินทุอยู่ใต้พยัญชนะตัวใด ให้เครื่องหมายพินทุ หมายถึง ไม้หันอากาศ (ในกรณีที่พยัญชนะข้างหน้าตัวนั้นไม่มีสระใดๆ) เช่น
สงฺฆสฺส อ่านว่า สัง-คัส-สะ
อตฺตา หิ อตฺตโน อ่านว่า อัต-ตา-หิ-อัต-ตะ-โน
๒.๒ ถ้าพยัญชนะตัวหน้าของพยัญชนะตัวที่มีเครื่องหมายพินทุ มีสระปรากฏอยู่ ให้เครื่องหมายพินทุ เป็นตัวสะกด (คืออ่านอย่างภาษาไทย) เช่น
ภิกฺขุสงฺโฆ อ่านว่า พิก-ขุ-สัง-โค
เหสุนฺติ อ่านว่า เห-สุน-ติ
ปริสุทฺโธ อ่านว่า ปะ-ริ-สุด-โท
๒.๓ ถ้าเครื่องหมายพินทุอยู่ใต้พยัญชนะตัวแรกของคำ ให้อ่านออกเสียงพยัญชนะตัวนั้นกึ่งเสียง คือให้ออกเสียงพยัญชนะตัวนั้นเร็วๆ เช่น
ตฺวา อ่านว่า ตฺะวา
เทฺวเม อ่านว่า ทฺะเว-เม
สฺวากฺขาโต อ่านว่า สฺะวาก-ขา-โต
(บทไหว้พระตอนเช้า-เย็น นักเรียนมักกล่าวเพี้ยนกันว่า “ซา-หฺวาก-ขา-โต..”)
๓. เครื่องหมายนิคคหิต( ํ ) อยู่เหนือพยัญชนะตัวใด มีวิธีอ่านดังนี้
๓.๑ ถ้าเครื่องหมายนิคคหิตอยู่เหนือพยัญชนะตัวใดๆ ให้เครื่องหมายนิคคหิตอ่านออกเสียง “อัง” (ในกรณีที่พยัญชนะตัวนั้นไม่มีสระตัวใดๆปรากฏอยู่ก่อนแล้ว) เช่น
สงฺฆํ นมามิ อ่านว่า สัง-คัง-นะ-มา-มิ
อรหํ สมฺมา อ่านว่า อะ-ระ-หัง-สัม-มา
๓.๒ ถ้าพยัญชนะตัวนั้นมีสระปรากฏควบคู่พร้อมกับเครื่องหมายนิคคหิต ให้เครื่องหมายนิคคหิต หมายถึง ง. งู สะกด ให้อ่านออกเสียงตามสระนั้นๆ เช่น
นปุสกลิงฺคํ อ่านว่า นะ-ปุง-สะ-กะ-ลิง-คัง
สตึ กึ อ่านว่า สะ-ติง-กิง
วิสุ รกฺขณตฺถาย อ่านว่า วิ-สุง-รัก-ขะ-นัต-ถา-ยะ